เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์
ผู้รับการสื่อสารข้อมูล
เครือข่ายจะสนับสนุนแอปพลิเคชันเช่นการเข้าถึงเวิลด์ไวด์เว็บ, การใช้งานร่วมกันของแอปพลิเคชัน, การใช้เซิร์ฟเวอร์สำหรับเก็บข้อมูลร่วมกัน, การใช้เครื่องพิมพ์และเครื่องแฟ็กซ์ร่วมกันและการใช้อีเมลและโปรแกรมส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีร่วมกัน
ความหมายของการสื่อสารข้อมูล หมายถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารจากผู้ส่ง ผ่านสื่อกลางไปยังผู้รับการสื่อสารข้อมูลจึงประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ดังนี้
1.ผู้ส่ง =เป็นสิ่งที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลข่าวสารออกไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ
2.ข้อมูลข่าวสาร=เป็นสิ่งที่ผู้ส่งต้องการส่งไปให้ผู้รับปลายทาง
3.สื่อกลาง หรือช่องทางการสื่อสาร=เป็นสิ่งที่ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารเดินทางจากผู้ส่งไปยังผู้รับได้โดยสะดวก
4.ผู้รับ=เป็นสิ่งที่ทำหน้าที่รับข้อมูลข่าวสารจากผู้ส่ง
AT&T
AT&T ย่อมาจาก American Telephone and Telegraph คือ บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโทรคมนาคมในประเทศสหรัฐอเมริกา
IRS ย่อมาจาก Internal Revenue Service
ช่องทางการสื่อสารและอุปกรณ์การสื่อสาร
การจะรับส่งข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว และมีปริมาณมาก ในระยะทางที่ใกล้ไกลที่แตกต่างกันของแต่ละเครือข่ายนั้น ขึ้นอยู่กับช่องทางการสื่อสารและอุปกรณ์การสื่่อสารสำหรับเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
ช่องทางการสื่อสาร
1.เส้นใยแก้วนำแสง

เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber optic ) รับส่งข้อมูลหลักสำหรับเครือข่าย ส่งข้อมูลได้ไกลมีความเร็วสูงในการรับส่งข้อมูลมากว่าสายคู่บิดเกลียวและสายโคแอ็กเซียล การดักสัญญาณทำได้ยาก มีความปลอดภัยในการส่งข้อมูล ไม่ถูกรบกวนจากคลื่นไฟฟ้า หรือสัญญาณวิทยุ แต่มีราคาแพงและติดตั้งยาก
2.สายคู่บิดเกลียว
สายคู่บิดเกลียว ( twisted pair ) ลดการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในสายเดียวกันหรือจากภายนอก สามารถส่งข้อมูลจำนวนมากได้ด้วยอัตราความเร็วสูงในระยะทางไกล มีน้ำหนักเบาจึงง่ายต่อการติดตั้ง ราคาถูก และนิยมใช้เป็นสายสัญญาณโทรศัพท์ นอกจากนี้ สายคู่บิดเกลียวยังมี 2 ชนิด ได้แก่ แบบหุ้มฉนวน และไม่หุ้มฉนวน ซึ่งแบบไม่หุ้มฉนวนจะบางกว่า ทำให้สะดวกต่อการโค้งงอแต่ป้องกันคลื่นแม่เหล็กได้น้อยกว่าแบบหุ้มฉนวน
3.สายโคแอ็กเซียล

สายโคแอ็กเซียล ( coaxial cabie ) ป้องกันการรบ กวนของสัญญาณไฟฟ้าจากภายนอกสะท้อนนกลับและลดการแผ่กระจายคลื่นรบกวนของสายสัญญาณเอง ราคาแพงกว่าและติดตั้งง่ายกว่าสายคู่บิดเกลียว ทนทาน สามารถเดินสายฝังใต้พื้นดินได้ นิยมใช้เป็นสายสัญญาณจากเสาอากาศโทรทัศน์ สายเคเบิลทีวี สายโทรศ้พท์ทางไกล สายส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายท้องถิ่น หรือใช้ในการเชื่อมโยงสั้นๆ ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
4.ดาวเทียม

ดาวเทียม ( satellite ) เชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับการสื่อสารระยะไกลทีระบบสื่อสารอื่นๆ เข้าถึงได้ลำบาก เช่น กลางทะเลกลางทะเลทราย ในหุบเขา ต่างประเทศ แต่อาจถูกรบกวนจากสภาพอากาศแปรปวนเช่นเดียวกับคลื่นไมโครเวฟ นิยมใช้ในการเผยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ และโทรทัศน์ทางไกลแบบจุดต่อจุด ซึ่งราคาถูกกว่าการเช่าสายใยแก้วนำแสง
อุปกรณ์การสื่สาร
1. อุปกรณ์ไร้สาย

อุปกรณืไร้สาย เช่น แอร์การ์ด ( aircard ) บลูทูธ ( blutooth ) เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไม่ต้องใช้สาย นิยมใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์สมุดพก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก และโทรศัพท์เคลื่นที่บางรุ่น
2.บริดจ์

บริดจ์ ( bridge ) เชื่อมต่อเครือข่ายแลนหรือ เครือข่ายแลนกับแวนเข้าด้วยกัน ทำให้ สามารถขยายเครือข่ายออกไปได้เรื่อยๆ มีการกลั่นกรองข้อมูลในกลุ่มให้ถูกต้องและไม่รบกวน ซึ่งกันและกัน
3.การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย หรือการ์ดแลน

การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย หรือการ์ดแลน ( LAN Card ) เชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่ายติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่ายและเครื่องที่เป็นลูกข่าย โดยแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้
4. แอกเซสพอยนต์

แอกเซสพอยนต์ ( access point ) รับส่งข้อมูลคลื่อนความถี่กับการ์ดแลนแบบไร้สาย ( wireless ) ซึ่งติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละคน
ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของขนาด โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ชนิด คือ เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ เครือข่ายบริเวณนครหลวง และเครือข่ายบริเวณกว้าง ทุกชนิดสามารถใช้งานได้ทั้งแบบมีสายและแบบไร้สาย
เครือข่ายเฉพาะที่หรือแลน (Local Area Network : LAN) หมายถึง เครือข่ายที่ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเชื่อมต่อกันภายในอาคารเดียวกันหรือบริเวณที่ใกล้เคียง ระยะทางในการเชื่อมต่อระหว่างจุดไม่ไกลมาก และมีการจัดระบบเครือข่ายโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เช่น การเชื่อมต่อภายในโรงเรียน บริษัทหรือมหาวิทยาลัย มีการเชื่อมต่อเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน มีการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน เช่น เครื่องพิมพ์ ข้อดีของเครือข่ายแบบแลน คือ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันได้และมีความยืดหยุ่นในการเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปในเครือข่าย ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง สามารถใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องให้บริการไฟล์ร่วมกัน ซึ่งฮาร์ดแวร์เหล่านี้มีราคาแพง และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเข้าไปในเครือข่ายแลนได้ เช่น มินิคอมพิวเตอร์ หรือเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์หน่วยความจำสำรอง นอกจากนี้อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เกตเวย์ (gateway หรือ network gateway) เพื่อเชิ่อมต่อไปยังเครือข่ายแลนอีกเครือข่ายหนึ่งหรือเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในขณะที่เครือข่ายแลนมีการใช้งานมากขึ้นในองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ตามบ้านพักอาศัยหรือหอพักก็มีการติดตั้งเครือข่ายแลนเพื่อใช้งานเรียกว่า ระบบเครือข่ายภายในบ้าน (home network) สำหรับการใช้งานทรัพยากรร่วมกัน เช่น เครื่องพิมพ์ การเชื่อมต่อเครือข่ายภายในบ้านนั้นมีการเชื่อมต่อได้หลายวิธี เช่น เชื่อมต่อโดยใช้สายโทรศัพท์ สายเคเบิล และแบบไร้สาย
เทคโนโลยีเครือข่ายแลนแบบไร้สาย (WLAN) จะใช้สัญญาณความถี่วิทยุในการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์กระจายสัญญาณ (access point) โดยทุกการสื่อสารจะผ่านศูนย์กลางเครือข่ายที่เป็นตัวรับสัญญาณไร้สาย (wireless reciever) หรือสถานีรับส่งสัญญาณ (base station)
เครือข่ายบริเวณนครหลวงหรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเครือข่ายแลน มักจะใช้เชื่อมต่อระหว่างอาคารหรือใช้เชื่อมต่อภายในตำบลหรืออำเภอเดียวกัน
เครือข่ายบริเวณกว้างหรือเครือข่ายแวน (Wide Area Network : WAN) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมต่อครอบคลุมทั่วประเทศหรือทั่วโลก โดยช่องทางสื่อสารอาจจะเป็นสายเคเบิลระหว่างประเทศ ไมโครเวฟ หรือดาวเทียม เพื่อรับส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้ที่อยู่ไกล ตัวอย่างเช่น จากกรุงเทพไปยังจังหวัดต่างๆ ในแต่ละภาค (ดังภาพที่ 3) หรือการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ ดังนั้นเครือข่ายแวนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็คือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์ถึงกันทั่วโลก



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น